นอร์เวย์ กลายเป็นประเทศแรก ๆ ที่ขยับจริงจังเรื่อง แว่นอัจฉริยะที่มี AI และกล้องในตัว อย่าง Ray-Ban Meta โดยรัฐบาลประกาศว่าจะยื่นเรื่องต่อสภา (Storting) "โดยเร็วที่สุด" เพื่อขออำนาจ แบนชั่วคราว การใช้แว่นประเภทนี้ในที่สาธารณะบางแห่ง
เกิดอะไรขึ้น
ตามรายงานของ Associated Press ข้อเสนอนี้ไม่ใช่การแบนทั้งประเทศ แต่เจาะจงพื้นที่ที่ "ความเป็นส่วนตัวสำคัญเป็นพิเศษ" เช่น
- สถานพยาบาล และ ฟิตเนสที่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า/ห้องอาบน้ำ
- โรงเรียน อนุบาล สนามเด็กเล่น และศูนย์เยาวชน
- คอนเสิร์ต งานกีฬา สวนสาธารณะ ชายหาด พิพิธภัณฑ์ และห้างสรรพสินค้า
รัฐบาลระบุว่าอาจมี ข้อยกเว้น สำหรับกลุ่มเปราะบางที่ใช้แว่นเพื่อประโยชน์จริง เช่น ผู้มีปัญหาด้านการมองเห็นที่ใช้ AI ช่วยอ่าน/บอกทาง ส่วนการใช้งานส่วนตัวทั่วไปยังทำได้
เหตุผลหลักคือแว่นเหล่านี้ ถ่ายรูป อัดเสียง และไลฟ์สตรีมได้โดยคนรอบตัวไม่รู้ — ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนใส่ แต่อยู่ที่คนที่ถูกถ่ายโดยไม่ได้ยินยอม โดยเฉพาะเด็ก
Meta ชี้แจงว่าแว่นมี ไฟแสดงสถานะ ตอนบันทึก และถ้ามีอะไรมาบังไฟ กล้องจะปิดเอง แต่ฝั่งนักรณรงค์ด้านความเป็นส่วนตัวมองว่าไฟดวงเล็ก ๆ ไม่พอในที่คนพลุกพล่าน
ไม่ใช่แค่นอร์เวย์
กระแสต้านเริ่มเห็นชัดขึ้นในหลายที่:
- Hans Anders ร้านแว่นตาจากเนเธอร์แลนด์ ระงับขาย Ray-Ban Meta จนกว่ากฎหมายจะชัดเจน
- สมาคมโรงภาพยนตร์สหราชอาณาจักร ออกนโยบายจำกัดแว่นที่มีกล้องตั้งแต่เดือนสิงหาคม
- ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เพิ่ง วีโต้ ร่างกฎหมายแนวคล้ายกันเมื่อสัปดาห์ก่อน — สะท้อนว่าแต่ละประเทศยังเลือกทางต่างกัน
แปลว่าอะไร
แว่นอัจฉริยะกำลังเป็น "อุปกรณ์ AI ชิ้นถัดไป" ที่บริษัทใหญ่ทุ่มเงินเต็มที่ แต่ข่าวนี้บอกว่า กฎหมายเรื่องความเป็นส่วนตัวอาจเป็นตัวกำหนดว่าแว่นจะใส่ได้ที่ไหนบ้าง ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี
สำหรับไทย เรามี PDPA ที่ครอบคลุมการเก็บภาพบุคคลอยู่แล้ว ถ้าแว่นแบบนี้แพร่หลาย ร้านค้า คลินิก ฟิตเนส หรือโรงเรียนอาจต้องเริ่มคิดเรื่อง ป้ายแจ้ง/นโยบายห้ามใช้อุปกรณ์บันทึกภาพ ในพื้นที่ส่วนตัวเหมือนที่ต่างประเทศเริ่มทำ
